แน่นอนว่าเกมไพ่บาคาร่า เป็นเกมคาสิโนที่แพร่มากที่สุดเกมหนึ่ง ผู้เล่นนิยมเล่นมากก็ย่อมมีเหล่าเซียน คิดค้นสูตรต่างๆเพื่อจะเอาชนะคาสิโนมากตามไปด้วย ด้วยความที่บาคาร่าเป็นเกมที่ค่อนข้างเล่นง่าย ได้ลุ้นไพ่ คล้ายกับไพ่ป็อกเด้ง มีอัตราได้เสียค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทั้งฝั่งแบงเกอร์และเพลเยอร์ วันนี้เราจะนำสูตรที่ง่ายและได้ผล มาแนะนำให้ทุกท่านได้ลองศึกษา และนำไปปรับใช้ให้เข้าการเล่นของทุกท่าน เทคนิคเหล่านี้จะช่วยท่านมากเลยทีเดียว

หลักการของสูตรที่ดี

การเลือกใช้สูตร เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำพาเราไปสู่ชัยชนะ หลักการเลือกใช้สูตรต้องประกอบไปด้วยดังนี้

  • สูตรควรมีความเป็นเหตุเป็นผล ใช้การคิดวิเคราะห์ได้
  • มีความเรียบง่าย ปรับใช้ได้ตลอด
  • ช่วยเพิ่มโอกาสชนะเกม และแน่นอนว่าไม่มีสูตรได้ใดจะชนะได้ตลอด ใชสูตรเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสเท่านั้น

การใช้สูตร ผู้เล่นต้องดูแนวทางของเกม และนำไปปรับใช้กับสถาณการณ์ ในบทความนี้ เราจะนำสูตรมาแนะนำ 3 สูตรด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้พอเดาผลเกม และช่วยกำหนดแนวทางให้ผู้เล่นเลือกเดิมพันได้ง่ายขึ้น

เทคนิคที่ 1 เลือกเดิมพันฝั่งเดียว

การเลือกแทงฝั่งเดียวก็ง่ายๆเลย เป็นการเลือกเล่นแบงเกอร์หรือเพลเยอร์ฝั่งเดียวตลอด ถึงจะมองเหมือนง่าย แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดขนาดนั้น ต้องมีหลักการเลือกว่าจะแทงฝั่งไหน เข้า-ออกให้ถูกเวลา สูตรนี้จึงได้ผลที่ดี สูตรนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่อยากให้ทุกท่านอ่านและลองปรับใช้ดู จะรู้ว่าดีอยู่ไม่ใช่น้อย

วิธีเลือกแทงฝั่งเดียว

  • ก่อนอื่นตัดสินใจเลือกว่าจะแทงฝั่งไหน ให้เลือกเล่นฝั่งนั้นไปตลอด
  • หากเริ่มเล่นแล้วแทงผิดถึง 3 ตาติด ให้หยุดเล่นก่อน แล้วรอจังหวะเข้าเล่นใหม่ เมื่อฝั่งตรงข้ามหยุดออกแล้ว เกมเริ่มกลับมาออกผลเป็นฝั่งที่เราเลือกเล่นค่อยเริ่มแทงใหม่ ตัวอย่างเช่น เลือกแทงแบงเกอร์แล้วผิด 3 ตา ให้หยุดรอซักพัก เมื่อเกมกลับมาออกฝั่งออกแบงเกอร์อีก ให้เริ่มแทงแบงเกอร์อีกครั้ง
  • กำหนดเป้าหมายกำไรให้ชัดเจน ว่าต้องการเท่าไหร่ ได้เท่าไหร่แล้วควรหยุดโดยไม่มากเกินไป ตัวอย่างเช่น กำหนดว่าต้องการกำไร 500 โดยแทงตาละ 100 ก็หมายความว่าต้องเล่นให้ได้กำไร 5 ครั้ง เมื่อได้ครบควรเปลี่ยนโต๊ะไปเลย หรือรอไพ่รอบนั้นหมดขอนก็ได้
  • ไม่จำเป็นต้องแทงถูกติดกันหลายครั้ง แทงถูก ซัก 2 ครั้งก็ควรพอ ให้หาจังหวะไพ่ออกทางฝั่งที่เราเลือกแทงใหม่ ค่อยว่างเดิมพันต่อไป จนได้กำไรตามเป้าหมายก็เปลี่ยนโต๊ะเล่นได้เลย

การเลือกแทงแบงเกอร์ ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้สูตรนี้ เนื่องจากบาคาร่ามีการคำนวนให้ฝั่งแบงเกอร์มีโอกาสชนะมากกว่าฝั่งเพลเยอร์ แต่ผู้เล่นก็ต้องรู้ด้วยว่าการเล่นฝั่งแบงเกอร์เมื่อชนะก็จะได้ผลตอบแทน 95% ไม่ได้เต็ม 100 เหมือนกับฝั่งเพลเยอร์ ซึ่งการเลือกฝั่งเพลเยอร์ก็อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หากผู้เล่นเลือกเล่นได้ถูกจังหวะ

เทคนิคที่ 2 วิเคราะห์เค้าไพ่ บาคาร่า

เค้าไพ่คือรูปแบบการออกผลของไพ่บาคาร่าที่ทำให้พอเดาแนวทางได้ มีหลายรูปแบบ หากผู้เล่นดูเค้าไพ่เป็นจะช่วยให้พอที่จะเดาแนวทางการออกไพ่ตาต่อไปได้ โดยมีการเรียกเค้าไพ่เป็นชื่อเฉพาะดังนี้

  • เค้าปิงปอง เป็นรูปแบบที่ไพ่มีการออกสลับฝั่ง แบงเกอร์ เพลเยอร์ ติดกันมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป หากเจอไพ่รูปแบบนี้ให้แทงสลับฝั่งตามไปเรื่อยๆ
  • เค้ามังกร เป็นรูปแบบไพ่ที่ออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งติดกันยาวๆ ตั้งแต่ 4 ตาขึ้นไป ทำให้ดูยาวคล้ายกับตัวมังกร
  • ปิงปองคู่ ลักษณะการออกไพ่คล้ายกับปิงปอง แต่จะเป็นการออกไพ่แบบฝั่งละ 2 ครั้ง เช่น B-B-P-P-B-B เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
  • เสมอแล้วตัด เป็นรูปแบบที่ต้องคอยสังเกตเมื่อไพ่ออกเสมอ แล้วจะเปลี่ยนฝั่งออก นั่นคือหากมีการออก แบงเกอร์ หรือ เพลเยอร์ ติดๆกัน พอถึงตานึงมีการออกผลเสมอ ในตาต่อไป ผลจะเปลี่ยนฝั่งออกทันที แต่รูปแบบค่อนข้างเลือกเล่นยาก ไม่ค่อยแนะนำสำหรับมือใหม่
  • เค้าชายโครง เป็นรูปแบบที่มีลักษณะตามชื่่อ คือเหมือนชายโครง ตัวอย่างเช่นออก แบงเกอร์ 1 เกม ออก เพลเยอร์ 4 เกม แล้วออกแบงเกอร์ 1 เกม ออกเพลเยอร์ 5 เกม เป็นแบบนี้สลับกันไป ก็ดูเหมือนชายโครงนั่นเอง (B-P-P-P-P-B-P-P-P-P-P-B-P-P-P)

ถึงแม้เค้าไพ่จะหลายรูปแบบ ดูแล้วยุ่งยากสำหรับมือใหม่ แต่คนส่วนใหญ่มักเลือกเล่นที่ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งสังเกตรูปแบบได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกท่าน นั่นคือ

  • รูปแบบสลับ หรือ ปิงปอง ตัวอย่างเช่น B-P-B-P-B-P
  • ออกแบงเกอร์ยาว หรือ มังกรแดง ตัวอย่างเช่น B-B-B-B-B-B
  • ออกเพลเยอร์ยาว หรือ มังกรน้ำเงิน ตัวอย่างเช่น P-P-P-P-P-P

นอกจากนี้ผู้เล่นควรรู้ไว้ว่าขอนไพ่แต่ละขอนของบาคาร่า มีไพ่ทั้งหมด 8 สำรับ มีการสับเรียง แตกต่างกันได้มากมาย และก็มีการออกไพ่รูปแบบดังที่ได้กล่าวมา 3 แบบ เสมอ เพียงแต่ต้องคอยสังเกตดูสถิติ และนำไปปรับใช้ให้ดี

วิธีเล่น นำสูตรสังเกตเค้าไพ่ไปใช้

  • สิ่งแรกคือเลือกโต๊ะ ให้ผู้เล่นสังเกตสถิติการออกไพ่ก่อนหน้า ว่าเค้าไพ่น่าจะเป็นในรูปแบบใด แล้วตัดสินใจว่าโต๊ะที่เลือกควรจะเล่นรูปแบบใด
  • สังเกตผลการออกไพ่ หากมีการเค้าเดิมๆมากเกินไปแล้ว ก็ควรเลือกเล่นตรงข้าม เช่น ต้นขอนมีการออกมังกรแดง มาหลายครั้ง ปลายขอนก็ให้เลือกแทงตัดมังกรได้
  • ควรกำหนดเป้าหมายยอดเงินที่ต้องการให้ชัดเจน เมื่อเล่นได้ครบตามที่ต้องการแล้วควรหยุดเล่น หรือ เปลี่ยนห้องเล่นจะดีกว่า

เทคนิคที่ 3 เดิมพันบาคาร่าแทงตัด

ในขอนไพ่บาคาร่ามีจำนวนไพ่ถึง 8 สำรับ จึงทำให้เกิดผลลัพธ์ได้หลากหลายมาก แต่หากนำมาคำนวนดูแล้ว โอกาสที่ไพ่จะออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งติดกันบ่อยๆ มีค่อนข้างน้อยกว่าการออกสลับไปมา ซึ่งการออกสลับอาจะเป็นรูปแบบปิงปอง หรือปิงปองคู่ คือชายโครงก็ได้ ซึ่งหากเราคำนวนการออกสลับโดยที่ไม่ออกฝั่งใดฝั่งหนึ่งติดกันเกิน 3 ครั้ง ใน 1 ขอน จะออกไพ่สลับถึง 87.5% และนอกจากนี้เมื่อคำนวนถึงการออกติดกันเกิน 3 ยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง พอจะคำนวนได้ประมาณนี้

  • ออกฝั่งเดียว 3 ตา มีโอกาสเกิด 25%
  • ออกฝั่งเดียวเกิน 4 ตา มีโอกาสเกิด 11.72%
  • ออกฝั่งเดียว 5 ตา มีโอกาสเกิด 5.47%

หากคำนวนต่อไป โอกาสเกิดขึ้นก็จะน้อยลงเรื่อยๆ  จากข้อมูลนี้ทำให้เรารู้ได้ว่า การที่ไพ่ออกผลฝั่งเดียว 5 ติดนั้น เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก หรือจะพูดได้ว่า เมื่อมีการเดิมพัน 100 ครั้ง จะเกิดการออกผลฝั่งเดียวยาวถึง 5 ตาติด เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผู้เล่นท่านใดพบการออกผลไพ่แบบมังกรและทำเงินกับมันได้แล้ว ก็ควรจะเลือกโต๊ะเล่นใหม่ อย่าไปรอไพ่มังกรจากโต๊ะอีกเลย

แต่ด้วยเทคนิคที่เราจะบอกต่อไปนี้ จะแนะนำให้ผู้เล่นเลือกเล่นห้องที่ออกไพ่ในลักษณะสลับหรือปิงปอง หรือปิงปองคู่ ซึ่งการออกรูปแบบนี้เมื่อเทียบกับการออกไพ่มังกร 3 ตาขึ้นไป มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า คือ โอกาสเกิดปิงปองหรือปิงปองคู่มีถึง 75 % นั่นคือ ใน 100 ตา จะออกรูปแบบตัดเหรือเปลี่ยนฝั่ง ถึง 75 ตา ทำให้เลือกเดิมพันได้ง่ายขึ้น

คำว่าโอกาส 75% สามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบได้ดังนี้

  • โอกาสเกิดปิงปอง คือ 50%
  • โอกาสเกิดปิงปองคู่ คือ 25%

ทั้งนี้ก็ควรดูสถิติด้วยว่า ห้องที่เราเลือกเล่นมีการรูปแบบใดไปเยอะแล้ว ตามหลักสถิติก็จะมีโอกาสออกรูปแบบเดิมน้อยลง โดยเฉพาะการรูปแบบเดิมยาว เมื่อเคยออกไปแล้ว ก็มีโอกาสเกิดขึ้นอีกครั้งค่อนข้างน้อย เช่นการออกฝั่งเดียว 5 ตา ติด มีโอกาสเกิดเพียง 3.13% ซึ่งถือว่าน้อยมาก

วีธีการเลือกเล่นแทงตัดหรือสลับ

  • เลือกห้องที่มีการออกไพ่ปิงปองหรือปิงปองคู่มาบ้างแล้ว จำไว้ว่าโอกาสเกิดไพ่ปิงปองมีค่อนข้างมาก ห้องปิงปองหาได้ไม่ยาก
  • ให้เลือกเดิมพันตัดเป็นฝั่งตรงข้าม เช่น ตาที่แล้วออกแบงเกอร์ ตาต่อไปให้เล่นเพลเยอร์
  • ตั้งเป้ากำไรไว้เสมอ ที่เราแนะนำคือไม่ควรเกิน 5 เท่าของยอดแทงแต่ละตา เมื่อครบแล้วควรหยุดเล่นหรือเปลี่ยนห้อง
  • เมื่่อตาไหนเสียให้แทงยอดเงินเพิ่มเป้น 2 เท่า ไปอีกครั้ง ในฝั่งตรงข้าม
  • หากแพ้ติดกัน 2 ครั้ง ควรหยุดเล่นก่อน เพื่อดูแนวทางของไพ่ต่อไป รอจังหวะเข้าเล่นใหม่
  • นอกจากกำหนดเป้าหมายกำไรแล้ว ควรกำหนดด้วยว่าจะเสียได้เท่าไหร่ แนะนำว่าไม่ควรเกิน 10 หน่วย หากเสียถึง 10 หน่วยแล้วควรหยุดเล่นไปก่อน

ตัวอย่างการเดิมพันแบบสลับ

  • ไม้แรกออก B
  • ไม้ 2 เลือกเล่น P ผลออก P เท่ากับได้ 1 หน่วย
  • ไม้ 2 เลือกเล่น P ผลออก P เท่ากับได้ 1 หน่วย
  • ไม้ 4 สลับไปเล่น P แต่ผลออก B ทำให้เสีย เท่ากับเหลือกำไร 1 หน่วย
  • ไม้ 5 เนื่องจากตาที่แล้วเสีย ตานี้จึงแทงเพิ่มเป็น 2 เท่า โดยเลือกแทงที่ P ไปอีกครั้ง ผลออก P ทำให้ตานี้ได้กำไร 2 หน่วย เมื่อรวมกับตาที่แล้วที่เหลือกำไรอยู่ 1 หน่วย รวมเป็นได้กำไร 3 หน่วย
  • ไม้ 6 แทงสลับไปที่ B ผลออก B เท่ากับกำไรรวม 4 หน่วย
  • เมื่อได้กำไร 4 หน่วยจะหยุดก็ได้หรือเล่นต่ออีกหน่อยให้กำไรซัก 5 หน่วยก็ควรพอ

เมื่อได้กำไรตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วควรที่จะหยุด หรือหากเสียตามที่กำหนดไว้ที่เสีย 10 หน่วย ก็ควรหยุดเล่นเช่นกัน สิ่งนี้เป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งเพราะคนส่วนใหญ่ เมื่อเป็นตามเป้าแล้วไม่ค่อยหยุดเล่นกัน

กรณีเล่นแล้วเสีย จะหาช่วงเข้าเล่นใหม่ตอนไหน อย่างไร มาดูกัน

ตัวอย่างการเล่นเสีย แล้วหาทางกลับมาเล่นใหม่

  • ไม้ 5 เมื่อไม้ 4 ออก B ในไม้ที่ 5 จึงเลือกเล่น P ผลออก B ทำให้เสีย 1 หน่วย
  • ไม้ 6 ทำการแทงอีกครั้งด้วยยอดเงินเพิ่มเป็น 2 เท่า โดยเลือกแทง P อีกครั้ง ผลออก B ทำให้เสียอีก 2 หน่วย รวมเป็นเสีย 3 หน่วย
  • หลังจากเสียติดกัน 2 ครั้งไปแล้ว ให้หยุดเล่นก่อนซักพัก คอยดูสถิติให้ไพ่กลับมาออกสลับอีกครั้ง ค่อยเริ่มแทงใหม่
  • เมื่อเกมมีแนวโน้มที่จะออกสลับอีกครั้งก็ให้กลับมาเริ่มแทงใหม่ เล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
  • เมื่อได้กำไรตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วให้หยุดเล่นหรือเปลี่ยนห้องเล่น แต่ถ้าหากเล่นเสียถึง 10 หน่วยแล้ว ก็ควรหยุดเล่นไปเลย หยุดพักตั้งสติก่อน

สรุป จากสถิติในระยะยาวแล้ว คาสิโนมีโอกาสชนะผู้เล่นมากกว่า ถึงแม้จะมีผู้เล่นได้กำไรไปบ้างแต่ก็ย่อมผู้เล่นเสีย ไม่ว่าคำแนะนำหรือสูตรมากมายก็ตามก็ไม่สำคัญเท่า ผู้เล่นทุกท่านควรเล่นอย่างมีสติ มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เล่นเพื่อความบันเทิง อย่าหมกมุ่นมากเกินไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *